คั่นเวลาเล็กน้อย

ขอคั่นเวลาหน่อยครับ

ขอแจ้งให้ทราบว่าท่านที่ดู Blog นี้โดยผ่าน Link ของสหกรณ์นั้น จะเปิด Blog ได้ไม่เต็มหน้า ถ้าจะดูเต็มๆดูได้จาก Link ของสหภาพฯ www.meawu.org หรือจาก weblog  http://60society.blogspot.com โดยตรงครับ  แล้วผมสงสัยว่ารูปในเว็บสหภาพฯทำไมมันยาวบ้าง-สั้นบ้าง (ทำให้ท่านประธานทั้งสองหุ่นเสียหมด) หรือคอมฯผมมันเพี๊ยนก็ไม่รู้....

อีกอย่างครับ เวลาดูเว็บสหภาพฯสามารถ Link มาสหกรณ์ได้ แต่เวลาดูเว็บสหกรณ์ ไม่มี Linkไปสหภาพ ช่วยดูหน่อยครับ



**************

ช่องทางสื่อสารของคนเกษียณ (1.)



การสื่อสารหลังเกษียณ (1)

          มีเรื่องเล่าว่า เมื่อพระเจ้าสร้างโลกเสร็จแล้ว ก็เริ่มสร้างมนุษย์ และสรรพสัตว์ต่างๆ เมื่อสร้างสัตว์ต่างๆแล้วก็กำหนดหน้าที่และชีวิตของแต่ละตัวว่าจะต้องทำอะไร มีหน้าที่อย่างไรบ้าง 

           เริ่มด้วยวัว ที่ต้องทำหน้าที่ทำนาทำไร่ ให้นม และก็กำหนดอายุว่าวัวจะมีอายุได้เท่าไร  เมื่อรู้ว่าตัวจะมีอายุเท่าไหร่ วัวจึงบอกพระเจ้าว่า "โอ๊ย...ให้ข้าทำงานหนักอย่างนี้ จะให้ข้ามีอายุยืนยาวขนาดนี้ ข้าไม่เอาหรอก ข้าขอคืนไป 30 ปีก็แล้วกัน" พระเจ้าก็ไม่ว่าอะไร


          ต่อมาเป็นลิง  ซึ่งพระเจ้าให้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี จะเล่นจะทำท่าทางอย่างไรก็ได้  ให้ผู้ที่ได้พบเห็นได้สนุกสนาน ครื้นเครง มีความสุข  ลิงก็บอกกับพระเจ้าว่า "โอ๊ย...ให้ข้าทำอะไรเล่น ไร้สาระไปวันๆเช่นนี้  ข้าไม่อยากได้แล้ว  จะให้ข้าอายุยืนอย่างนี้ ข้าไม่เอาหรอก  ข้าขอคืนอายุไป 10 ปี ก็แล้วกัน ว่าแล้วก็ยักคิ้ว แยกเขี้ยวหลอก(พระ)เจ้าไปแผลบหนึ่ง   พระเจ้าก็ไม่ว่าอะไร แต่เผลอจะเอาไม้เท้าฟาดกระบาลไอ้ลิงที่บังอาจมาหลอกเจ้าสักโป๊ก เจ้าลิงรู้ทัน รีบกระโดดแผลว ขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆได้ทัน


          ตัวต่อมาเป็นหมา


.....แหม ต้องไปชงกาแฟกินสักถ้วย ชักง่วง.....รออ่านต่อนะครับ...


          ครับ..ตัวต่อไปคือ "หมา" หรือที่คนสมัยนี้เรียกว่า "สุนัข" นั่นแหละครับ จนกระทั่ง "คลองหมาหอน" ที่เรียกกันมานมนาน(นานนะครับ ไม่ใช่ยาน) พวกดัดจริตมาเปลี่ยนเป็นคลอง "สุนัขหอน" ฟังแล้วมันทุเรศสิ้นดี  ท่านลองคิดดูซิว่าเวลาเราเรียกใครว่า "ไอ้ชาติสุนัข" กับเรียกว่า "ไอ้ชาติหมา" อย่างไหนมันจะสะใจกว่ากัน


          พระเจ้ากำหนดให้หมามีหน้าที่เป็นเพื่อนคอยช่วยเหลือมนุษย์ ต้องซื่อสัตย์ต่อมนุษย์ คอยช่วยเฝ้าบ้าน เฝ้าทรัพย์สิน คอยเห่าหอนเวลามีคนมาใกล้ๆเื่พื่อให้เจ้าของรู้
          เจ้าหมารู้หน้าที่ของตัวแล้ว เห็นว่าอายุที่พระเจ้าให้มาดูจะมากไป ขืนมีอายุยืนขนาดนั้น มันคงต้องเห่าจนเป็นโรคคออักเสบแน่ๆ มันจึงขอคืนให้พระเจ้าไป 10 ปี


         ทีนี้ก็มาถึงคิวของคนหรือที่เรียกว่ามนุษย์  ซึ่งนั่งฟังพระเจ้าเจรจากับสัตว์ต่างๆมาตลอด  
          เมื่อเข้าไปหมอบอยู่หน้าพระเจ้า  พระเจ้าเห็นว่า เออมนุษย์นี่มันหน้าตาท่าทางดูดีกว่าสัตว์อื่นๆ ร่างกายก็ดูอ้อนแอ้นไม่แข็งแรงเท่าสัตว์อื่นมันคงทำอะไรไม่ค่อยไหว ฉะนั้นเราจะต้องให้มันมีชีวิตที่สุขสบายหน่อย เมื่อเกิดมาต้องมีคนคอยดูแล โตขึ้นก็ไม่ต้องทำมาหากิน ต้องมีคนคอยเลี้ยงดู ให้มันเที่ยวเตร่คบเพื่อนคบฝูงสนุกสนานกันไปตลอดชีวิต 20 ปีที่พระเจ้ามอบให้
          มนุษย์ได้ฟังดังนั้น ก็คิดว่า โอ้ ชีวิตเราช่างสะดวกสบายสนุกสนานเสียเหลือเกิน แต่พระเจ้าให้เวลาเราน้อยเกินไปซะแล้ว เมื่อกี๊นี้เราได้ยินสัตว์อื่นๆคืนอายุให้พระเจ้าไปรวมแล้วหลายสิบปี คิดได้ดังนี้แล้วไม่ได้การ(เหมือนลิเกมั๊ยครับ) เราจะต้องขออายุของสัตว์เหล่านั้นมาเป็นของเราซะ
          เมื่อพระเจ้ารู้ความประสงค์ของมนุษย์แล้วก็ไม่ขัดข้อง (ไม่ต้องยื่นหนังสือยื่นข้อเรียกร้องขอปรับสภาพการจ้างแต่ประการใด) "เอ้า เจ้าจะเอาทั้งหมดเหรอ ตกลง เอาของวัวไป 30 ปี เอาของลิงไป 10 ปี เอาของหมาไปอีก 10 ปี รวมแล้วเป็น 70 ปี OK นะ (แน่ะพระเจ้าเดาะภาษาอังกฤษเสียหน่อย..สงสัยพระเจ้านี่ ท่าจะเป็นคนไทย)
         ว่าแล้ว พระเจ้าก็สั่งปิดประชุม เพราะดูแล้วพวก ส.ส. เอ๊ยพวกสัตว์ต่างๆแว้บหายไปเยอะแล้ว เดี๋ยวไอ้พวก เสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่เหลืออยู่มันขอนับองค์ประชุมขึ้นมา จะเสียหน้ารัฐบาล เอ๊ย..เสียหน้าพระเจ้าเสียเปล่าปลี้....


       ...เรื่องจะเป็นอย่างไร พักไว้ก่อน รอประชุมครั้งต่อไป...


          เรามาเข้าเรื่องที่จั่วหัวไว้ว่า "การสื่อสารหลังเกษียณ" กันดีกว่า
          ที่นำเรื่องนี้มาคุย ก็เพราะผู้ที่เกษียณแล้ว ก็เสมือนว่าได้ถูกตัดขาดเปลี่ยนสภาพของสังคมไปสู่อีกสังคมหนึ่ง  ที่เคยอยู่ในสังคมเพื่อนร่วมงาน ก็จะไปอยู่ในสังคมครอบครัว เพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นสังคมเล็กๆ เพื่อนฝูง น้องนุ่งที่ทำงานก็ต้องห่างเหินกันไป เพื่อนรุ่นเดียวกันก็แยกกันไป ต่างคนต่างอยู่  บางคนตายจากกันไปโดยไม่มีใครรู้ มารู้อีกทีก็ในหนังสือของ ฌฟน.นั่นแหละ


         วันนี้เราจึงจะมาดูกันว่า หลังเกษียณแล้วเราสามารถทราบข่าวคราวจากทางใดได้บ้าง และจะได้ประโยชน์จากสื่อเหล่านั้นอย่างไรบ้าง
          ขอเริ่มด้วยวารสารในกลุ่มของสหกรณ์มีดังนี้
         "ข่าว สอฟ." เป็นรายงานผลการดำเนินงานของสหกรณ์ฯ และบทความทัศนะต่างๆของกรรมการสหกรณ์ฯ และหากเป็นช่วงเวลาการเลือกตั้งกรรมการฯ ก็จะค่อนไปทางใช้ในการกล่าวหา หรือแก้ข้อกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามของกรรมการชุดที่บริหารอยู่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างไร สมคารหรือไม่ ก็แล้วแต่สมาชิกแต่ละท่านจะใช้วิจารณญาณคิดได้เอง  วารสารนี้แจกให้แก่สมาชิกสหกรณ์ ผู้ที่เกษียณแล้วจะจัดส่งให้ถึงบ้านเลยครับ  หากใครไม่ได้รับ แจ้งสหกรณ์ได้เลย



          แต่สิ่งที่อยากจะเห็นใน "ข่าว สอฟ." คือข่าวความคืบหน้าของคดีความต่างๆ ที่กล่าวหากันในระหว่างการหาเสียง  การติดตามความสูญเสียต่างๆของสหกรณ์ เช่นหนี้สูญฯลฯ  วิสัยทัศน์ในการบริหารสหกรณ์ในภาวะปัจจุบัน  แนวโน้มในการลงทุนภายนอกของสหกรณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นอย่างไร ภาวะของอัตราดอกเบี้ยภายนอกที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ขณะนี้ สหกรณ์มีนโยบายอย่างไร   มีความคิดและทางออกอย่างไรในการที่เงินปันผลมีแนวโน้มลดลงตลอดเวลา มีการสรุปผลการประชุมในกรณีสำคัญๆที่มีผลกระทบต่อสหกรณ์และหรือสมาชิก
         
          หวังว่ากรรมการแต่ละท่านที่เขียนบทความในวารสารนี้จะเขียนในสิ่งที่สมาชิกอยากรู้ น่าจะนำประเด็นข้างต้นมาชี้แจง หรือแจ้งความคืบหน้า ว่าเป็นไปอย่างไร  ไม่ใช่จะเขียนแต่ในสิ่งที่ท่านอยากเขียน  หรือจะเขียนเฉพาะตอนหาเสียง ซึ่งเขียนแจกแจงข้อมูลได้ "ละเอียด" ดีจริงๆ แต่หลังเลือกตั้งเสร็จ  เหตุการณ์ก็สงบเงียบดังผิวน้ำในบ่อน้อยยามดึกคืนพระจันทร์เต็มดวง 
      
       อีกสองเล่ม ก็เป็นรายงานประจำปีของสหกรณ์ออมทรัพย์ฯและของสหกรณ์บริการฯ ซึ่งท่านจะได้รับแจกในวันประชุมใหญ่(ปีละครั้ง) ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหนังสือประเภทนี้  ไม่ค่อยมีคนสนใจอ่าน บางคนรับไปแล้วก็ไปวางทิ้งไว้ตามโต๊ะอาหาร  แต่ถ้าใครมีความพยายามหน่อย ค่อยๆดูไป อาจจะพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ ไว้ถ้ามีเวลาจะอ่านมาวิเคราะห์กันดู


        เล่มต่อไปเป็นวารสารของสหภาพฯ คือ "ข่าวลูกจ้าง" เล่มนี้เป็นข่าวของสหภาพฯซึ่งจะออกเป็นระยะๆ แล้วแต่ความขยันของกรรมการแต่ละชุด  ผู้เกษียณต้องหมดสมาชิกภาพไปตามกฎหมาย จึงไม่มีแจกให้ผู้เกษียณ แต่ในทางอ้อมการเรียกร้องสวัสดิการต่างๆที่ได้รับหลังการเกษียณของสหภาพฯก็จะมีผลต่อผู้เกษียณด้วยเช่นกันเช่นการรักษาพยาบาลเป็นต้น  วารสารนี้มีวางตามเขต กฟน. ผู้เกษียณท่านใดสนใจ ลองไปถามหาตามเขตดูได้  สำหรับผมจะพยายามติดตามวารสารนี้ หากมีข่าวเกี่ยวกับผู้เกษียณ จะนำมาแจ้งให้ทราบ (ได้เขียนไปก่อนหน้านี้แล้ว  เรื่องการรักษาพยาบาล)


         เล่มต่อไป ... เป็น "ข่าวสาร ชกฟน." วารสารนี้จัดทำโดย "ชมรมพนักงานเกษียณอายุ" สโมสรการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งได้พัฒนารูปเล่มและเนื้อหามาตลอดจนปัจุบันมีรูปเล่มที่สวยงาม และมีเนื้อหาและข่าวคราวที่น่ารู้น่าสนใจ
          เล่มนี้ส่งให้ถึงบ้าน สำหรับสมาชิกของชมรมฯ (ชกฟน.)






          ทีนี้ก็มาถึง "จดหมายข่าว ชสอฟ." จดหมายข่าวนี้ ออกโดย "ชมรมสมาชิกผู้เกษียณอายุสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ที่ได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ  จัดทำโดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ของชมรมฯ  วารสารนี้เน้นไปทางสุขภาพและการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ และด้านธรรมเป็นต้น ออกเป็นแบบเอกสารถ่ายสำเนา(ตามทุนทรัพย์) อันนี้ก็ส่งถึงบ้านสมาชิกทุกคนเหมือนกันครับ






          วาระสุดท้าย..เอ๊ย  ไม่ใช่...
          ฉบับสุดท้ายที่เราผู้เกษียณจะได้รับกันปีละฉบับ ก็นี่แหละครับ "ข่าว ฌฟน." ตราบใดที่ท่านยังได้อ่าน ก็สบายใจได้ ว่าท่านยังอยู่ดีอยู่  ท่านจะได้ประโยชน์จากข่าวนี้ 2 เรื่องคือ
         หนึ่ง. ท่านจะรู้ว่าคนที่ท่านรู้จักเสียชีวิตไปแล้วกี่คน
          สอง. เป็นหนังสือที่ให้ลูกหลานพับเก็บไว้ คอยเตือนว่าเมื่อไหร่ครบกำหนดต้องส่งเบี้ยฌาปณกิจฯ "ถ้าเอ็งลืมส่ง ข้าตายไป เอ็งไม่ได้เงินกัน ข้าไม่รู้ด้วยนะ"
ในนี้จะมีรายละเอียดวิธีการชำระเงิน หมายเลขโทรศัพท์สำหรับติดต่อ คำแนะนำที่มีประโยชน์ควรเก็บไว้  
          ก่อนๆนั้น นานมาแล้วผมเคยทราบว่า ในปีหนึ่งๆ มีสมาชิกหมดสมาชิกภาพไปปีละหลายๆคน จะโดยสาเหตุใดก็แล้วแต่  และถ้าเป็นคนแก่ที่หมดสภาพความจำเสื่อม ลูกหลานไม่รู้เรื่อง ขาดส่งค่าสมาชิกยิ่งน่าเสียดายและน่าสงสาร ที่ส่งค่าสมาชิกมาตลอดชีวิต ถึงเวลาจะใช้สิทธิ์ กลับไม่ได้ใช้เสียนี่  แต่เดี๋ยวนี้ ฌฟน.มีการออกจดหมายเตือนและมีการยืดหยุ่นเวลาการชำระเงินให้ ก็นับว่าเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกยิ่งขึ้น(ใครย้ายที่อยู่ ควรแจ้ง ฌฟน.นะครับ)  
          สำหรับผม ผมไม่รีบนะครับ ยินดีส่งค่าสมาชิกไปได้เรื่อยๆ อยากช่วยเหลือผู้อื่นไปอีกนานๆ


          สำหรับสื่อที่องค์กรที่เราเป็นสมาชิกอยู่ต่างๆกันนั้น มีการจัดทำสื่อต่างๆ  ที่สมาชิกผู้เกษียณได้รับ ก็คงมีเท่านี้แหละครับ
         ตอนต่อไปเราจะมาคุยกันว่า เราจะมาช่วยกันอย่างไร ให้พวกเราที่ยังคิดถึงเพื่อน หรือต้องการแก้เหงา จะมีวิธีการอย่างไรในการติดตามข่าวสารต่างๆ  หรือองค์กรที่เราเป็นสมาชิกอยู่ จะสามารถช่วยเราได้อย่างไรบ้าง


          โปรดติดตามตอนสองนะครับ.....


         อ้อ....แล้วมนุษย์ที่ได้อายุรวมกันมาแล้วถึง 70 ปี จะเป็นอย่างไรต่อไป คอยอ่านตอนสองอีกเช่นกันนะครับท่าน


          สวัสดีสำหรับวันนี้






******************




















อยากจะเป็น "สูงวัย ใจโจ๋" (บ้าง)



อยากจะเป็น "สูงวัย ใจโจ๋" (บ้าง...จังเลย)


          ผมทิ้งท้ายไว้ในบทความ "มาแล้วครับ" เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2554 ว่าประธานสหภาพฯ คุณประจวบ คงเป็นสุข  แจ้งมายัง "ชุมชนคนเกษียณ" ว่า ได้มีการยื่นข้อเรียกร้องให้ กฟน.ปรับปรุงสภาพการจ้าง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 โดยมีสวัสดิการเกี่ยวกับผู้เกษียณ 2 ข้อ และขอให้ชมรมผู้เกษียณทั้ง 2 ชมรมช่วยกันผลักดันให้ประสบความสำเร็จต่อไป  ข้อความนี้ส่งมาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งอาจจะเข้าใจได้ว่าคุณประจวบคงจะเจตนาแจ้งข่าวนี้ใน "วันแรงงาน" เพื่อเป็นขวัญ-กำลังใจให้แก่รุ่นพี่ๆที่กำลังต่อสู้กับชีวิตความเป็นอยู่กับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกวันๆ


          เมื่อเป็นดังนี้ จึงเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องมารายงานให้ เพื่อนๆพี่ๆผู้เกษียณทั้งหลายได้ทราบว่า คุณประจวบในฐานะหัวหน้าทีม "กลุ่มปฎิรูปแรงงาน" ได้ดำเนินการยื่นข้อเรียกร้องแก่ฝ่ายบริหารตามที่ได้ "หาเสียง" ไว้ ถึงแม้ผู้เกษียณจะไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในครั้งนั้น แต่คิดว่าผู้ที่ยังไม่เกษียณก็คงสนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะว่าถึงวันหนึ่งข้างหน้า พวกท่านก็ต้องมายืนอยู่ในสภาพเดียวกับพวกเรา


ประกบไว้เลย


          รายละเอียดที่ผมได้อ่านใน "ข่าวลูกจ้าง" ฉบับที่ 1/2544 ประจำเดือนมีนาคม-เมษายน 2554 ซึ่งถือได้ว่าเป็นฉบับแรกของกรรมการชุดใหม่นี้ ซึ่งได้ข่าวว่าสมาชิกแย่งกันอ่านมากจนไม่มีเหลือ ขนาดผมไปขอที่สหภาพฯยังไม่มีเลย ไม่ทราบเป็นแผนโปรโมทของฝ่ายประชาสัมพันธ์(ผู้จัดทำ)หรือเปล่า 

          "ข่าวลูกจ้าง" นี้ ผู้เกษียณจะไม่ได้รับแจก เพราะเราไม่ได้เป็นสมาชิกแล้ว (หมดสมาชิกภาพตามกฎหมาย) ไม่เหมือนกับข่าวของสหกรณ์ฯ ที่ยังแจกให้สมาชิกทุกคน ไม่เว้นผู้เกษียณที่ยังเป็นสมาชิกอยู่ ดังนั้นถ้าท่านสนใจข่าวลูกจ้าง ท่านสามารถอ่านได้ที่เว็บของสหภาพฯ คือ www.meawu.org แต่ในข่าวลูกจ้างฉบับในเว็บฉบับนี้ หน้าตาไม่เหมือนฉบับจริง รายละเอียดของ "ข้อเรียกร้อง" ก็ไม่มี  ถ้าใครอยากดู "ข้อเรียกร้อง" ต้องเข้าไปดูที่ "กระดานข่าว" ซึ่ง admin ได้โพสท์ไว้ที่หัวเรื่อง "กม.แรงงาน" 
          เรื่องนี้ขอแทรกหน่อยครับท่านประธานฯ  เรื่อง "ยื่นข้อเรียกร้อง" นี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เป็นผลงานของสหภาพ ต้องระดมพลัง ปลุกกระแสให้สมาชิกรับรู้รับทราบ เกิดความคิดร่วมกัน แต่กลับเอาข่าวไปเก็บไว้ที่ "กระทู้" ซะลึกเลย ทำไมไม่เอามาไว้หน้าโฮมเพจ รวมถึงควรมีรูปถ่ายในการยื่น "ข้อเรียกร้อง" ให้เห็นกันจะๆไปเลย เพราะนี่คือ "พันธสัญญา" ที่จะต้องดำเนินการเจรจาต่อรองกันต่อไป

          พูดถึงเว็บของสหภาพฯ เรื่องนี้ก็ต้องขอให้เครดิตความคิดริเริ่มจากคณะกรรมการสหภาพฯชุดที่แล้วหน่อย โดยเฉพาะคุณวัฒนา สพสมัย ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี ได้ร่วมกันคิดและผลักดันให้มีการเริ่มต้นเกิดขึ้น  คงมีผู้อื่นร่วมด้วยซึ่งผมไม่ทราบเลยไม่ได้เอ่ยนาม ต้องขออภัยด้วยครับ   Blog ผมก็อาศัยเว็บของสหภาพนี่แหละเป็นที่เปิดตัวให้ผู้อ่านได้รู้จัก ก็ต้องขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ   ก็หวังว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันคงสานต่อและพัฒนาให้เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกต่อๆไป(และแน่นอน อย่าเอาแบนเนอร์ผมออกก็แล้วกัน ขออาศัยด้วยคนนะครับ)

          อ้อมไปเสียไกลเลย ขอกลับมาเรื่องข้อเรียกร้อง 2 ข้อที่เกี่ยวกับผู้เกษียณใหม่ สำหรับข้อเรียกร้องอื่นๆ ใครอยากรู้ก็ไปอ่านเอาตามที่ว่าแล้วกัน (คงอั้นไว้นาน ออกทีก็ชุดใหญ่เลย) 2 ข้อที่ว่าคือ

          ข้อ 2.3  ขอให้พนักงานผู้เกษียณที่มีอายุงานตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปให้ได้รับสิทธิ์รักษาพยาบาลไม่น้อยกว่าพนักงานปัจจุบันเฉพาะตัว...(มีต่อ..ไม่เกี่ยวผู้เกษียณ)

          ข้อ 2.4 ขอให้ปรับปรุงโรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวง ให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาล

          สองข้อเท่านั้นเองครับท่านผู้ว่าฯ สำหรับผู้เกษียณ  ยิ่งสำหรับข้อ 2.4 ยิ่งไม่น่ามีปัญหา เพราะเดิมก็ทำอยู่แล้ว ทำอย่างมีคุณภาพจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับของบุคคลภายนอกเข้ามาใช้บริการกันอย่างมากมาย  จนกระทั่งมาถึงผู้ว่าฯบางคนที่พยายามจะสนองตอบนโยบายรัฐบาลสมัยหนึ่ง ต้องการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และก็ไปเชื่อทฤษฎีบ้าบอของพวกคลั่งการแปรรูปว่า "โรงพยาบาล" ไม่ใช่กิจกรรมของรัฐวิสาหกิจ ให้เลิกทำเสีย  ทั้งๆที่โรงพยาบาลเป็นสวัสดิการสำหรับพนักงาน  การเปลี่ยนแปลงถือว่าเป็นการเปลี่ยนสภาพการจ้าง  โดยเฉพาะข้อตกลงที่ทำกันในขณะที่พนักงานยังไม่เกษียณต่อเนื่องเมื่อเกษียณแล้วต้องได้รับสวัสดิการอย่างไรบ้าง   ดังนั้นเมื่อผู้เกษียณถูกลดสวัสดิการลง จึงถือว่า "ผิดสัญญาสภาพการจ้าง" แต่เนื่องด้วยผู้เกษียณขาดอำนาจต่อรอง จึงถูกเอาเปรียบจากผู้บริหาร กฟน.ที่หวังแต่จะแสวงหารักษาตำแหน่งของตัว (เรื่องนี้ ถ้าจะคุยแล้วมันยาว ขอเก็บไว้ก่อน)

          สำหรับข้อ 2.3 นั้นก็น่าสนใจ คนที่ทำงานมา 20 ปีแล้ว มันเข้าสายเลือดแล้ว ก็ทำมาเกือบครึ่งชีวิต ออกไปแล้วมันยังมีความผูกพันกันอยู่  แต่จู่ๆสิทธิที่เคยได้ก็ถูกตัดไป  เคยนั่งรอคิวในโรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวงที่คุ้นเคย พบปะกับผู้คนที่รู้จัก คุ้นเคยกับคุณหมอ  แต่หลังจากเกษียณต้องไปเรียนรู้ในการใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐ มีขั้นตอนที่แตกต่างกัน มีผู้ใช้บริการที่แออัดยัดเยียด ต้องชำระเงินเองพูดง่ายๆแทนที่แก่แล้วจะสบาย กลายเป็นว่า "มาลำบากเมื่อแก่" ไม่เหมือนกับผู้บริหารที่มีรายได้มากพอที่จะไปใช้บริการ โรงพยาบาลเอกชนได้อย่างไม่เดือดร้อน

          ที่จะพูดต่อไปนี่ ไม่ใช่อิจฉา แต่มันสะท้อนใจ 

          ได้พูดคุยกับคนวัยเดียวกัน ถึงเรื่องโรคภัยไข้เจ็บของผู้สูงอายุ  แล้วเค้าก็ถามเราว่า เราไปรักษาที่ไหนล่ะ  เราก็บอกไปรักษาที่นั่นบ้างที่นี่บ้าง แล้วแต่ว่ามีคนแนะนำ แต่ก็เป็นโรงพยาบาลของรัฐที่เสียเงินน้อยหน่อย ยาก็ไม่ค่อยให้ ไอ้ที่ให้ก็ไม่ค่อยดี  เค้าก็บอกว่าทำไมไม่ไปที่นั่น-หรือที่นี่ล่ะ หมอก็ดี ยาก็จ่ายยาดีๆให้ เพราะฉันเบิกได้ ลูกฉันอยู่ไฟฟ้า...เออนะ  เราทำงานไฟฟ้ามาเกือบสี่สิบปี เกษียณแล้วต้องรอความกรุณาจากหมออย่างอนาถา สู้คนมีลูกอยู่ไฟฟ้าไม่ได้เลยนะ

          พักไว้แค่นี้ก่อนก็แล้วกัน

          ก็พอดีเปิดเว็บ www.mea.or.th คงทราบนะครับว่าเป็นเว็บขององค์กรไหน  พบข่าว   การไฟฟ้านครหลวงจัดกิจกรรม "สูงวัย ใจโจ๋"  ในข่าวบอกว่า เพื่อให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ  ในงานก็มีการตรวจสุขภาพ แจกยาสามัญประจำบ้าน ตัดผมฟรี มีการเสวนา "ทำอย่างไร สุขภาพใจและกายแข็งแรง" และมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ลองไปเปิดอ่านเอาเองก็แล้วกัน

          ก็ดีครับ เป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรรูปแบบหนึ่ง  พวกเราผู้เกษียณก็ไม่ได้อิจฉาอะไร  แต่น้อยใจนิดๆได้แต่มองตาปริบๆ  ทำไมเราไม่ได้รับการดูแลเช่นนี้บ้างนะ  
          เอาภาพมาไห้ดูบางภาพครับ


ผู้บริหาร กฟน.

ประกวดขวัญใจวัยโจ๋

เป็นอย่างไรครับ ดูภาพแล้วน่าสนุกนะครับ
สำหรับภาพข้างล่างนี่ไม่ใช่ในงาน "สูงวัย ใจโจ๋" นะครับ
เป็นผู้เกษียณที่มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครับ



"ขอผมเป็น 'วัยโจ๋' ด้วยคนได้มั๊ยครับ"



            ก็ต้องขอขอบคุณประธานสหภาพฯคุณประจวบ คงเป็นสุข และคณะกรรมการทุกท่านที่ช่วยนำเสนอข้อเรียกร้องนี้  ทั้งนี้  หากได้รับความสำเร็จ ประโยชน์ที่ได้รับมิใช่ว่าจะตกอยู่กับผู้เกษียณรุ่นปัจจุบันเท่านั้น  ผลงานนี้ก็จะเป็นประโยชน์แก่พนักงานที่จะเกษียณในรุ่นต่อๆไป รวมถึงผู้บริหารทุกท่านก็จะได้รับประโยชน์นี้เช่นเดียวกัน    ดังนั้น ความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น คงต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกสหภาพฯปัจจุบันที่จะรวมพลังกันขับเคลื่อนเพื่ออนาคตข้างหน้ารวมทั้งเกิดจากความเข้าอกเข้าใจของฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้อง   สำหรับผู้เกษียณก็คงกระทำได้แต่เพียงเฝ้าดู และส่งกำลังใจ(อันอ่อนล้า)ไปเป็นกำลังใจให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน  
          
          ขอให้ประสบความสำเร็จครับ





"ทำให้สำเร็จนะครับ คุณประจวบ ปีหน้าเลือกอีก ชัวร์" 
(ว่าแต่ว่า เมื่อไหร่จะขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากบ้างล่ะครับ ของแพงจัง)


          สำหรับผม ในฐานะที่เป็นกรรมการ ชมรมผู้เกษียณ ชสอฟ. อยู่ด้วย ก็ได้รายงานให้คณะกรรมการทราบแล้ว  และคณะกรรมการมีมติว่า หากท่านประธานสหภาพฯจะไปเจรจาฯ หรือไปติดตามผลจากฝ่ายบริหารเมื่อไหร่ ขอให้แจ้งให้ชมรมฯทราบด้วย   ทางชมรมฯจะได้นำกระเช้าดอกไม้ไปร่วมให้กำลังใจต่อไป ขอขอบคุณอีกครั้งครับ  สวัสดี....



***************************


ทันตกรรม - สวัสดิการ

เกษียณแล้วอยากทำฟัน เชิญทางนี้


        หลังจากรอคิวมาเป็นเวลาแรมปี จนหมดหวังว่าจะได้ทำครอบฟันกับ รพ.กฟน. แล้ว อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าชื่อ ท.พ.สุทัศน์ โทรมาจาก รพ.กฟน. สามเสน ว่าผมได้รับคิวเข้าทำฟันแล้ว และได้นัดหมายกันเป็นที่เรียบร้อยว่าจะเริ่มกันวันไหน


        ก็เป็นที่แปลกใจและดีใจ เพราะผมนึกว่างานนี้เขายุบไปแล้วเนื่องจากไม่ได้รับการติดต่อมาเป็นเวลานาน  ไปติดต่อคลินิคข้างนอก ก็มีราคาแพงมาก จึงคิดว่าไม่ทำแล้ว เก็บเงินไว้ใช้ดีกว่า มันไม่เจ็บไม่ปวดก็คงไม่เป็นไร ตอนทำรากฟันก็รอมาร่วมสองปี คงเหลือเวลาใช้งานอีกไม่กี่ปี มันจะคุ้มมั๊ยนี่ เมื่อได้รับการติดต่อมาจึงตื่นเต้นดีใจมาก


        วันแรกที่ได้พบคุณหมอ คุณหมอได้อธิบายถึงขั้นตอนในการทำงาน และค่าใช้จ่าย เมื่อตกลงกันแล้ว จึงนัดวันเริ่มทำงานกันต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลาทำ 3 วัน ก็ประมาณอาทิตย์ละวัน จนเสร็จเรียบร้อย และคุณหมอให้กลับไปลองใช้สักพัก ก่อนที่จะกลับมาตรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง


        บางคนอาจจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา  แต่ผมเป็นคนหนึ่งที่ในระหว่างที่ทำงานอยู่ ไม่ค่อยได้ดูแลสุขภาพนัก เป็นอะไรก็ไม่ค่อยไปหาหมอ ทนได้ก็ทนไป ปวดหัวก็กินยาแก้ปวด ฟันผุก็ถอนออก ไม่เคยรู้ว่าเขามีการรักษารากฟันเพื่อถนอมฟันไว้ได้ มีการทำครอบฟัน มารู้เอาตอนเกษียณแล้ว  กรณีเช่นนี้อยากจะเตือนน้องๆไว้ว่า ในระหว่างทำงานควรรักษาสุขภาพและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ อย่านึกว่าไม่มีเวลาไปหาหมอ เช้าขึ้นมาก็งานยุ่งทุกวัน ตัวอย่างเช่นผม พอเกษียณแล้วโรคภัยไข้เจ็บรุมกระหน่ำกันเต็มที่ เพื่อนๆบางคน มาดูแลสุขภาพเอาตอนเกษียณ เป็นอะไรตอนนี้ก็ต้องเสียเงินเองแล้ว  มีเพื่อนคนหนึ่งมารู้ว่าเป็นมะเร็งเอาตอนตรวจสุขภาพก่อนเกษียณ หลังเกษียณไม่เท่าไหร่ก็เสียชีวิต  ดังนั้นการทำครอบฟันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต(แก่ๆ) จึงอยากจะนำมาเล่าให้ฟังกันหน่อย ใครเห็นว่าไร้สาระก็ข้ามเลยไปนะครับ


        มีใครคิดเหมือนผมมั๊ยครับ ว่าคนเรานี่กลัวหมอยิ่งกว่ากลัวตำรวจ  มีเพื่อนๆบางคนป่วยเป็นเบาหวานบ้าง ไขมันสูงบ้าง ปกติมันจะกินอุตลุต แต่เวลาใกล้วันหมอนัด มันจะควบคุมเต็มที่ เพราะกลัวโดน "หมอด่า" มันว่าอย่างนั้น


        ผมก็เช่นกัน มาพบหมอครั้งนี้ก็ตื่นเต้นว่า เอ หมอคนนี้จะยังไงน้า กลัวว่าจะเจอหมออารมณ์ไม่ค่อยดี  และยิ่งเป็นหมอฟันนี่(ไม่ใช่ Funny นะัครับ) เราจะตอบอะไรก็ไม่ได้ เพราะโดนให้อ้าปากค้างไว้ตลอดเวลา ก็ได้แต่ เอ้อๆๆ ได้แค่นั้น ทำให้ปอดๆอยู่เหมือนกัน


        แต่ผิดคาดครับ คุณหมอสุทัศน์ อารมณ์ดี พูดจาสุภาพ ให้คำอธิบายชี้แจงรายละเอียดต่างๆเป็นอย่างดี  ไม่ใช่ว่าจะชมไว้ก่อนเผื่อว่าจะมาทำอีกนะครับ ท่านดีจริงๆ จนถึงวันทำเสร็จ ขอขอบคุณ คุณหมอและผู้ช่วยด้วยครับ


        ในที่สุดที่คุณหมอบอกราคาใว้ 5,000.00 บาท คุณหมอบอกว่า กฟน.ออกให้ 2,100.00 บาท ให้ผมไปจ่ายเงิน 2,900.00  บาท  แล้ว(วันหลัง)ผมยังได้นำใบเสร็จรับเงินนี้ไปเบิกที่ชมรมพนักงานเกษียณอายุ (ชกฟน.)ที่มีอาคารอยู่หลังโรงพยาบาล ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีก 2,000.00 บาท ชึ่งเป็นสวัสดิการที่ให้แก่สมาชิกของชมรมฯ โดยได้รับการต้อนรับและบริการเป็นอย่างดีจากคุณวิชาญ ศิลป์วุฒยา ซึ่งขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ


        ที่เล่ามานี่ คืออยากจะแจ้งให้ท่านที่เกษียณทั้งหลายทราบว่า ในการทำฟันนั้น กฟน.มีสวัสดิการช่วยให้บางส่วน (โปรดดูตามตารางที่แสดงไว้ในช่อง "เบิกได้") และถ้าเข้าข่ายตามระเบียบของ "ชกฟน." ท่านสามารถเบิกได้อีก  ส่วนที่กฟน.ช่วยนี่ผมไม่รู้มาก่อนจริงๆ หากใครรู้แล้วก็ขอโทษด้วย ที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน


        ตั้งแต่เกษียณมานี่ หาหมอทีไรเสียเงินเองทุกที คราวนี้ทำฟันเสียแค่ 900.00 บาท เอง ก็ต้องขอขอบคุณ กฟน. ที่ออกให้ส่วนหนึ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ชมรมพนักงานเกษียณอายุ สโมสรการไฟฟ้านครหลวง" (ชกฟน.) ที่มีสวัสดิการให้สมาชิกปีละไม่เกิน 2,000.00 บาท โดยการจัดหารายได้มาจากคณะกรรมการชมรมฯ


        จากผู้ที่ไม่มีรายได้แล้ว ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 4,100.00 บาท ก็ดีใจเป็นธรรมดา  เลยอดไม่ได้ที่จะมาเล่าไว้ ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ


        ท่านผู้เกษียณท่านใดสนใจ ลองดูรายละเอียดข้างล่างนี่ได้นะครับ เจ้าหน้าที่ได้กรุณามอบให้มาเผยแพร่  หากไม่เข้าใจอะไรลองสอบถามดูได้นะครับ รับรองไม่ดุแน่ๆ....








**************



แถมด้วยภาพเขียวเย็นตา ดูชุ่มชื่น หลังโรงพยาบาล กฟน.สามเสน หน้า ชมรม ชกฟน.
ใน กฟน.ที่อื่นๆ ดูจะหาที่สดชื่นเช่นนี้ยาก

ถ้ามีเก้าอี้สักหน่อยคงจะดี เวลารอหมอ จะได้มานั่งพักรับลมเย็นกันบ้าง



*******************


เชิญนั่งเรือชมคลื่นฯ

นั่งเรือ ชมคลื่นเล็กๆ เกาะเกร็ดงามตา
เจ้าพระยา บางปะอิน ศิลปชีพบางไทร


ชมรมสมาชิกผู้เกษียณอายุฯ (ชสอฟ.) จัดรายการผ่อนคลายกับอากาศร้อนๆ โดยเชิญชวนกันไปนั่งเรือล่องเจ้าพระยาตากลม-ชมวิวสองฟากฝั่งเจ้าพระยา พักผ่อนสายตากับหมู่แมกไม้ ไปเช้า เย็นกลับ ท่านละ 700 บาทเท่านั้น


วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน เป็นวันที่เราจะพบกัน  งานนี้จัดสำหรับผู้เกษียณและผู้ปกครอง เอ๊ยไม่ใช่..ผู้ติดตามเท่านั้น แต่สำหรับท่านที่จะเกษียณในปีนี้หรือปีหน้า ถ้าอยากจะลองสัมผัสบรรยากาศเพื่อเรียนรู้ ลองติดต่อกรรมการสอบถามดูได้นะครับ


ผู้สนใจโปรดดูีรายละเอียดในเอกสารที่แสดงไว้ได้เลยครับ หากประสงค์จะร่วมเดินทางโปรดติดต่อตามรายชื่อกรรมการและหมายเลขโทร.ฯ  ที่ให้ไว้ได้เลยครับ


เสียดายที่ผมไม่ได้ไปสำรวจเส้นทางกับเขาด้วย เลยไม่มีรูปสวยๆมาให้ดูกัน











*****************

งานอุปสมบท

งานอุปสมบท

        ด้วยคุณกิจจา บุญนาค อดีตผู้อำนวยการกองบริการ การจำหน่าย เขตสมุทรปราการ จะทำการอุปสมบทให้บุตรชาย นายณัฐสิทธิ์ บุญนาค (กร) โดยจะโกนผมนาคในวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายนนี้ ตามรายละเอียดในบัตรเชิญที่แสดงไว้นี้  จึงขอเชิญท่านที่รู้จักชอบพอรักใคร่นับถือกันกับคุณกิจจาไปร่วมอนุโมทนาฯในครั้งนี้ด้วย  หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมโปรดสอบถามได้ที่ โทร. 081 459 3235 (คุณกิจจา) ได้เลยครับ













***************

มาแล้วครับ

กลับมาพบกันอีก

ต้องขออภัยพี่ๆเพื่อนๆเป็นอย่างยิ่ง ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนที่ blog นี้ แล้วไม่มีอะไรคืบหน้า หรือที่เค้าเรียกกันว่า update เลยเป็นเวลาเดือนกว่า


เดิมทีเดียวก็ตั้งใจว่าจะให้พี่ๆเพื่อนๆได้พักสมองสักพัก หลังจากได้รับข้อมูลข่าวสารในช่วงหาเสียงเลือกตั้งกรรมการสหภาพฯต่อเนื่องมาถึงกรรมการสหกรณ์ฯ จนคิดว่าแต่ละท่านคงมึนตึ้บกับข้อมูลข่าวสารของแต่ละฝ่ายจนเต็มสมอง  และก็มีบางท่านแสดงความคิดเห็นมาที่ผมบ้าง ซึ่งคิดว่าน่าจะนำมาพูดคุยกันฟังเมื่อโอกาสอำนวย  แต่จะไม่กระทำในลักษณะ "ไม้ล้มข้ามได้ฯ" 


คำโบราณเค้าว่า "ไม้ล้ม ข้ามได้ คนล้ม อย่าข้าม" เพราะคนล้มแล้วมันลุกได้ กลัวว่ามันจะลุกมาแก้แค้นเอา แต่ผมว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมว่าคนมันมีหัวจิตหัวใจ เมื่อเขาล้ม เขาก็เจ็บอยู่แล้ว เรายังไปข้ามให้เขาช้ำใจหนักเข้าไปอีก มันทารุณกันเกินไป จึงไม่ควรทำ แต่ถ้ากลัวว่าเขาจะมาแก้แค้นนั้น อย่าไปข้าม ต้องตื้บให้ไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาอีก (อันหลังนี่พูดเล่นนะครับ) แต่จริงๆแล้ว ไม้ล้มก็ไม่ควรข้าม มันไม่ปลอดภัย มันอาจข้ามไม่พ้น หรือลื่นล้มเอาได้  อีกอย่าง อย่าลืมว่า พวกเราไม่ใช่ "ใครที่ไหน" เราเป็นชาว "กฟน." เหมือนๆกัน เอาเมื่อถึงวันเกษียณ เจอหน้าเจอตากัน จะได้ทักทายกันด้วยความสนิทใจดีกว่า เวลามันเดินเร็วนะครับ  อีกแป๊บเดียวก็จะเกษียณกันอีกแล้ว


ตั้งใจว่าหลังสงกรานต์จะหาเรื่องอะไรๆมาคุยเรื่อยๆเปื่อยๆไป  ก็บังเอิญมีแขกมาเยี่ยมก็ "คุณหวัด" นั่นแหละครับ กินยาอยู่สอง-สามอาทิตย์ก็ไม่หาย หมดยาไปสามชุด ไปหาหมออีกที หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ เรียกให้มัน "ผู้ดี" หน่อย แต่สมัยก่อนเรียกโรค "หอบหืด" นั่นแหละ (ฟังแล้วมันน่ากลัว) คือแต่ละคนมันแพ้อะไรไม่เหมือนกัน บางคนแพ้อากาศ แพ้ฝุ่น แพ้กลิ่น แต่คงไม่ใช่แพ้เลือกตั้ง เพราะผมไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งกะเขา นี่ก็ยังนั่งไอโครกๆอยู่เลย จะออกไปไหนก็ไม่กล้า กลัวคนเค้าจะหาว่าเป็นวรรณโรค(โรคของชนชั้น) จะมาว่าเราเป็น "ไพร่" (พวกเดียวกับณัฐวุฒิ) ก็ไม่ได้นะ หลวงพ่อคูณยังเป็นเลย


นี่แหละ เมื่ออายุมันมากเข้า ร่างกายมันอ่อนแอลง โรคภัยไข้เจ็บก็ขยันกันมาเยี่ยมมาเยือนกันจริง เดี๋ยวโรคนั้นมา เดี๋ยวโรคนี้มา ส่วนพรรคพวกเพื่อนฝูงก็ค่อยๆหายหน้าหายตาไป มันก็คงไปไหนไม่ค่อยไหวเหมือนกันแหละ ถ้าจะเจอกันก็ที่สามเสนนั่นแหละ ที่นัดพบประจำ




หากอยากเจอเพื่อน เชิญมาที่นี่


ระหว่างที่่ไม่ค่อยสบาย นอนอยู่บ้าน(ตัวเอง) ก็ได้รับหนังสือข่าวจาก ฌฟน.(การฌาปณกิจสงเคราะห์พนักงานการไฟฟ้านครหลวง) พอดี เลยรีบเปิดอ่านดู เห็นว่าไม่มีชื่อตัวเองก็โล่งใจไปที  ปีนี้ก็มี 143 ราย เสียชีวิตด้วยอาการต่างๆกัน หลายคนก็เคยรู้จักสนิทสนม เคยร่วมงานกันมา เมื่อต่างโยกย้ายงานและเกษียณกันไป ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีก ถ้าลูกเมียไม่รู้จักกันก็จะไม่รู้กันเลย มารู้อีกทีก็ที่ "ข่าว ฌฟน." นี่แหละ ตรงนี้ก็ไม่ทราบว่าจะมีใครช่วยเป็นสื่อกลางให้ได้บ้าง โดยเฉพาะสหกรณ์-สหภาพฯ ที่จะทราบก่อนว่าสมาชิกคนใดเสียชีวิต และก็มีสื่อ(website)อยู่กะมือ ผมอยากทำให้ก็ไม่มีเครื่องมือ-ข้อมูล-ไม่มีสื่อที่กว้างขวาง




นอกจากที่ได้รับ "ข่าว ฌฟน." มา ก็ได้รับโทรศัพท์จากเด็กสาวคนหนึ่ง โทรมาที่ผม ขอทราบหมายเลขโทรศัพท์ของ ฌฟน. ผมก็ถามว่าจะติดต่อเรื่องอะไรหรือ เขาบอกว่าได้ฝากเพื่อนส่งเงินค่าฌาปณกิจของลุงให้ แต่จนเวลาล่วงมาสองเดือนแล้ว ยังไม่ได้รับใบเสร็จ สำเนาส่งเงินก็หาไม่พบ เกรงว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวลุงจะหมดสมาชิกภาพ ผมก็บอกให้ดูในหนังสือของ ฌฟน.ที่ส่งให้ ในนั้นจะมีหมายเลขโทรศัพท์ เขาบอกเขาไม่มี(อาจจะไม่ได้เก็บไว้ หรือตัวไม่ได้อยู่ที่บ้าน) ผมจึงมาหา "ข่าว ฌฟน." แล้วบอกเบอร์ให้ แล้วถามไปหน่อยว่าแล้วได้เบอร์ผมมาจากไหน  เขาบอกว่า "เซอร์จ" จากคอมพิวเตอร์เจอ blog ของคุณลุง จึงโทรมาถาม (อันนี้เป็นความภูมิใจนิดๆ ที่ Blog เรามีคนค้นพบเหมือนกัน) ในที่สุดเด็กสาวคนนั้นก็โทรกลับมาอีกครั้ง ว่าติดต่อเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่แนะนำให้ส่งเงินไปใหม่ก่อน เพื่อรักษาสิทธิ์ ส่วนเงินที่ว่าส่งไปแล้วจะตรวจสอบต่อไป  ก็ขอชมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ให้คำแนะนำ และก็เด็กคนนี้ที่มีมารยาทที่ดี ที่โทรมาแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ และกล่าวขอบคุณ ปกติแล้วเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยมีอย่างนี้หรอก  วันนั้นอาการป่วยเลยดีขึ้นหน่อย รู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์ต่อผู้อื่นอยู่บ้าง


เรื่องการส่งค่าฌาปณกิจนี่ ผมจะเตือนเพื่อนๆ(ตัวเองด้วย)อยู่เสมอ ให้สั่งลูกสั่งหลานไว้ บางทีเราแก่มากๆเข้ามันหลงลืมไปหมด อุตส่าห์ส่งมาตั้งแต่หนุ่ม พอจะได้ใช้สิทธิ์กลับหมดสิทธิ์เเสียนี่ บางคนหมดสมาชิกภาพไปอย่างน่าเสียดาย บางคนบอกไม่มีเงินส่งก็บอกลูกหลานให้มันส่ง แล้วก็ยกให้มันไป แต่อย่าแอบไปยกให้เมียน้อยเสียล่ะเดี๋ยวผีจะไม่ได้เผา  แต่เดี๋ยวนี้ ฌฟน.เขาก็ดี มีการแจ้งเตือนและก็ยังมีเวลายผ่อนผันบ้าง ก็นับว่าเป็นคุณแก่ สว.ทั้งหลาย


พูดถึงเรื่อง ฌฟน.แล้วขอแถมอีกนิดเถอะครับ  ตามระเบียบที่ว่าเวลาเราชำระเงินค่าฌาปณกิจเข้าบัญชีแล้ว ให้ส่งสำเนาใบฝากเงินของธนาคารไปให้ ฌฟน. ทาง fax นั้น ผมขอเพิ่มให้ส่งทาง e-mail ได้อีกทางได้หรือไม่ เพราะ fax เดี๋ยวนี้ก็หาที่ส่งยาก เพราะเราไม่ได้ทำงานแล้วหรือไม่มีลูกหลานที่จะไหว้วานได้ ต้องตระเวณหาร้าน ส่งทีก็อีก 10 บาท ค่ารถอีกต่างหาก แต่เราอยู่บ้านมีคอมมีสแกนเนอร์อยู่แล้ว เราสามารถส่งได้ทันที คุณก็ดูข้อมูลได้เช่นกัน  แต่เมื่อผมโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอส่งทางเมล์บางคนก็ยอมให้ และให้ address มา (ก็ขอขอบคุณท่านนี้ด้วย) แต่บางคนก็ไม่ยอม(ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเขาทำตามระเบียบ) อันนี้ฝากผู้เกี่ยวข้องช่วยพิจารณาด้วยครับ ถึงแม้อาจจะยังมีคนใช้ไม่มาก ก็น่าจะเป็นทางเลือกไว้


เอ...ทำไมวันนี้คุยแต่เรื่องฌาปณกิจนะเนี่ย ชักสงสัย


ก็คงเบาๆแค่นี้ก่อนสำหรับวันนี้ เนื่องจากยังมึนๆอยู่  ท่านใดอยากแสดงความเห็นอะไรก็เชิญนะครับ สามารถติดต่อได้ทุกทาง ใครสะดวกทางโทรศัพท์ก็โทรมาคุยกันได้   ตอนนี้ผมเหมือนนั่งคุยคนเดียวในป่า ไม่รู้ว่าผู้ฟังเป็นใครบ้าง แก่-หนุ่ม-สาว หรือมีความคิดอย่างไร คุยคนเดียว ซักวันก็หมดไฟ ก็คงต้องเลิกคุย  แต่ขออย่างนะครับขอคุยอย่างสร้างสรรหน่อย ประเภทเคียดแค้นใครมาระบายอารมณ์ ผมคงรับไม่ไหวแล้ว บอกตรงๆ มันแก่ลง(หรือแก่ขึ้น?) เฉพาะความแค้นส่วนของผมมันก็เยอะพออยู่แล้ว ยังไม่รู้จะไปปล่อยที่ไหนเลย


อีกประการ ผมขอเรียนชี้แจงอีกครั้งว่า Blog นี้ ไม่มีความเกี่ยวพันกับ "ชมรมผู้เกษียณ ชสอฟ " ที่มีพี่วิเชียร ปั้นศรี เป็นประธานนะครับ มันเป็น Blog ส่วนตัวของผม ทุกการกระทำใน Blog นี้จึงเป็นความรับผิดชอบของผมแต่ผู้เดียว ทาง "ชมรมฯ" ไม่เกี่ยวข้องด้วย เป็นแต่เพียงว่าผมเป็นกรรมการคนหนึ่งของ "ชมรมฯ" หาก "ชมรมฯ" มีข่าวสารที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก ผมก็จะช่วยเผยแพร่ให้  ทรรศนะต่างในที่นี้เป็นทรรศนะของผมซึ่ง "ชมรมฯ"อาจไม่เห็นด้วยก็ได้นะครับ เดี๋ยวบางท่านไม่พอใจจะไปต่อว่าชมรมฯ เขาไม่รับผิดชอบนะครับ




สุดท้ายนี้ เป็นข้อความที่ผมได้รับมาทางอีเมล์ตั้งแต่วันแรงงานคือวันที่ 1 พฤษภาคมแล้ว (แต่อย่างที่บอกแล้วว่าผมป่วยจึงยังไม่ได้นำมาเผยแพร่) ส่งมาจากคุณประจวบ คงเป็นสุข ประธานสหภาพฯ (คิดว่าคงไม่ใช่ใครปลอมชื่อส่งมาล้อเล่นนะครับ เพราะไม่คิดว่าท่านประธานจะให้เกียร์ติขนาดนี้) แจ้งถึงความคืบหน้า ที่คุณประจวบ ได้มีนโยบายเมื่อคราวหาเสียงเข้ารับการเลือกตั้งไว้ ซึ่งมีนโยบายสำหรับผู้เกษียณไว้ 2 ข้อ (ผมเคยแจ้งให้พวกเราทราบแล้ว)


ผมนำข่าวนี้มาแจ้งให้ทราบเพื่อช่วยกันอีกแรงนอกจากสหภาพฯ สมาชิกที่ยังทำงานอยู่ก็ควรช่วยกันผลักดัน เพราะสักว้นหนึ่งท่านก็ต้องเกษียณ เมื่อท่านยังอยู่ในงานท่านยังมีพลัง แต่ถ้าเกษียณไปแล้ว ท่านพูดอะไรก็จะไม่มีใครฟัง


ขอขอบคุณท่านประธานสหภาพฯที่ท่านทำตามคำมั่นสัญญา ถึงแม้ผู้เกษียณจะไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงให้ท่านก็ตาม 


ขอบคุณแทนผู้เกษียณทุกท่านครับ


ต่อไปนี้คือข้อความที่ผมได้รับมา





ไม่ระบุชื่อ ได้ฝากความคิดเห็นไว้ที่บทความของคุณ "คณะกรรมการชมรมผู้เกษียณฯ": 

สวัสดีครับพี่ๆทุกๆท่าน
ผมติดตามการรายงานข่าวประชาสัมพันธ์ ของชมรมผู้เกษียณ สอฟ.ผมมีความมั่นใจมาก ที่มี พี่พิศดาร ทวีโภค จัดทำบล็อกของชมรมฯ เพื่อเป็นสื่อกลาง


ตามที่สหภาพฯ ได้มีการยื่นข้อเรียกให้ กฟน.ปรับปรุงสภาพการจ้าง เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2545 ที่ผ่านมา รวม 7 ข้อ และมีสวัสดิการเกี่ยวกับผู้เกษียณ 2 ข้อ ผมขอให้ท่านกรรมการชมรมผู้เกษียณทั้ง 2 ชมรม ช่วยร่วมกันเป็นกำลังผลักดันให้ข้อเรียกร้องนโยบายของสหภาพฯให้สำเร็จเป็นไปตามนโยบายของสหภาพฯโดยเร็ว


ประจวบ คงเป็นสุข 






เขียนโดย ไม่ระบุชื่อ ถึง ชุมชนคนเกษียณ เวลา 1 พฤษภาคม 2554, 21:42


ครับ...ขอจบด้วยข้อความจากท่านประธานสหภาพฯก็แล้วกัน เรื่องนี้คงต้องคุยกันอีกแน่นอน...


สวัสดีครับ..... 










*******************