ทรงพระเจริญ


ขอจงทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการชมรมผู้เกษียณอายุสหกรณ์ออมทรัพย์
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง จำกัด

ข่าวจากวารสารชมรมฯ

(จากวารสารข่าวแจกของชมรมผู้เกษียณสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ)

มือที่สาม...............................                          

         ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีแก่ผู้เกษียณในปีนี้ ที่ท่านได้มีโอกาสพักผ่อนหลังจากได้ตรากตำทำงานหนัก ตลอดสาม-สี่สิบปีที่ผ่านมา เพี่อการเลี้ยงชีพสร้างฐานะความมั่นคงให้แก่ครอบครัว  ใครทำได้มากได้น้อยแค่ไหน  หนังจบแล้ว ต่อไปนี้ท่านก็ต้องอาศัยผลบุญที่สะสมกันมา  ใครสะสมไว้มากหน่อย ใช้ชีวิตที่ผ่านมาอย่างรอบคอบ  ก็จะใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสุขสบายหน่อย   ใครที่สะสมบุญไว้น้อย  ใช้ชีวิตล่วงหน้าไปเยอะก็คงต้องขวนขวายกันต่อไป  ก็อย่างว่า  หนังมันจบแล้ว  โอกาสของเรามันก็น้อยลง  ผู้ที่ยังไม่เกษียณก็ควรคำนึงไว้เพื่อความมั่นคงในอนาคต    

  

         

              แล้วก็ต้องแสดงความยินดี  ต้อนรับเพื่อนสมาชิกใหม่ชมรมผู้เกษียณฯ ซึ่งปีนี้ทางชมรมฯได้ไปตั้งโต๊ะรับสมัครกันที่งานเลี้ยงที่สหกรณ์ออมทรัพย์ฯจัดเลี้ยงให้แก่ผู้เกษียณเลยทีเดียว  และก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯหลายท่านที่กรุณาช่วยเป็นภาระในการรับสมัครสมาชิกชมรมฯให้อย่างดียิ่ง  สงสัยว่าถ้าปล่อยให้กรรมการชมรมฯทำกันเอง ก็คงจะไม่พ้นต้องเดือดร้อนต้องปฐมพยาบาลไม่กรรมการท่านใดก็ท่านหนึ่งที่พาลเป็นลมไปเสียก่อน อีกนั่นแหละ


            มีหลายท่านที่สงสัยและสอบถามมาว่าไม่ทราบว่าชมรมผู้เกษียณในการไฟฟ้านครหลวงนี้มีอยู่ 2 ชมรม  จึงขอตอบดังนี้ 
            ชมรมแรกคือ ชมรมพนักงานเกษียณอายุ สโมสรการไฟฟ้านครหลวง กรรมการและที่ปรึกษาส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารของการไฟฟ้านครหลวง  ปัจจุบันคุณอุทิศ จันทร์เจนจบ เป็นประธานขมรม  มีที่ทำงานอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในโรงพยาบาลสามเสน  ได้รับทุนสนับสนุนจากสโมสรการไฟฟ้านครหลวงบางส่วน และหารายได้เพิ่มเติมจากการจัดกิจกรรมต่างๆเป็นครั้งคราว

            อีกชมรมก็คือชมรมที่ส่งข่าวนี้ให้ท่านอ่านอยู่นี่ไงมีชื่อว่าชมรมสมาชิกผู้เกษียณอายุสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวง จำกัด เป็นไง ยาวดีมั๊ยครับ   เพราะชมรมเราได้รับการอุปถัมภ์ทางการเงินบางส่วนจากสหกรณ์ฯนั่นเองจึงต้องมีชื่อของสหกรณ์ฯกำกับไว้   มีคุณวิเชียร ปั้นศรี เป็นประธานชมรม  สถานที่ทำงานเหรอครับ  ไม่มีหรอกครับ  ท่านประธานก็พยายามหาอยู่ ที่ของสหภาพและสหกรณ์ก็เต็มหมด ก็พยายามจะขอห้องเหลือๆจาก กฟน.สักห้อง แต่ป่านนี้ก็ยังไม่ได้ ก็หวังว่าท่านผู้ว่าฯคนใหม่จะเห็นใจยกห้องว่างๆให้สักห้อง ทางชมรมฯจะได้ใช้เป็นที่นัดหมายและพบปะกันระหว่างสมาชิกผู้เกษียณด้วยกัน ก็จะเป็นพระคุณเป็นอย่างยิ่ง 

            ท่านผู้เกษียณทั้งหลาย ก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ทั้งสองชมรมฯละครับ ไม่ผิดกติกาอันใด ทั้งสองชมรมก็มีวัตถุประสงค์เพื่อสมาชิกทั้งนั้น ค่าสมัครก็ไม่ต้องเสียแต่ประการใด ชมรมของสโมสร เขาก็มีสวัสดิการดีๆให้ครับ  ส่วนชมรมเราทุนน้อยหน่อยก็พอจะจัดกินๆเที่ยวๆกันได้บ้าง  ปลายปีนี้ชมรมฯได้มีการจัดนำเที่ยวไปเชียงราย-เชียงใหม่ 4 คืน 4 วัน ออกเดินทางคืนวันพฤหัสฯที่ 23 ธันวาฯ กลับเช้าวันจันทร์ที่ 27 ธันวาฯ ราคาถูกสุดๆเพียง 4,700 บาทเท่านั้น จัดแบบไม่กลัวขาดทุนหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ที่นั่งเหลืออีกไม่กี่ที่แล้ว สนใจโปรดจองได้ที่คุณป๊อป ประภาภรณ์ 0-2222-6813, 0-2222-6624, คุณพยนต์ 08-1300-9253, คุณอลงถต 08-1774-9479 หรือกรรมการท่านใดที่ท่านรู้จักก็ได้  รับรองงานนี้เที่ยวสนุก, อิ่มอร่อย, เพลงไพเราะ, หลับสบาย ตามสไตล์ ส.ว.  (ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ สามารถเข้าดูรายละเอียดได้ที่ บล็อก ชุมชนคนเกษียณ http://60society.blogspot.com หรือไปอาศัยโพสท์ที่เว็ปสหภาพ www.meawu.org สอบถามได้  ท่านประธานเพียร  ยงหนู คงไม่ว่าอะไร

            ฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่เปิดหน้า มือที่สาม ต้องขอเรียนว่า มือที่สามนี้ไม่ใช่มือที่จะไปก่อการร้ายหรือยุแยงตะแคงรั่วใดๆนะครับ(อาจมีบ้างนิดหน่อย)  แต่จะเป็นมือของ ผู้ก่อการดีมาช่วยกันทำงานไงครับ  ปกติคนเรามีมืออยู่สองมือ คือมือซ้ายและมือขวา เวลาทำงานก็ใช้สองมือนี้ทำงาน หรือจะเรียกว่ามือหนึ่ง หรือมือสอง  ที่นี้เมื่อทุกคนเขามี มือซ้าย-มือขวา หรือมือหนึ่ง-มือสอง อยู่แล้ว เราจะมาช่วยเขาทำ เราก็ต้องเป็นมือที่สาม เช่นเวลาภรรยาซักผ้าเขาเหนื่อยขึ้นมา เขาก็ให้มือที่สามอย่างเราไปซักแทนไงครับ  แต่ถ้าเวลาประธานชมรมฯกำลังกุ๊กกิ๊กอยู่กับนักร้องสาวๆ มือที่สามไม่ต้องเอามือไปช่วยนะครับ อาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้
           
ฉบับนี้ทักทายกันสั้นๆแค่นี้ก่อน  สุดท้ายขอให้ผู้เกษียณทุกท่านมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนะครับ  ความเจ็บป่วยหมายถึงว่าเราต้องเสียเงินที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดชีวิต  เพราะสวัสดิการที่เคยได้รับก็สิ้นสุดลงหลังจากวันเกษียณแล้ว   พบกันฉบับหน้า สวัสดีครับ

************************

โรงพยาบาล

        เมื่อวันพุธที่ 17 พ.ย.นี้  ได้ไปใช้บริการที่ ร.พ. ก.ฟ.น.เขตสามเสน ตามประสาของ ส.ว. (ผู้สูงวัย) ตามปรกติ ระหว่างนั่งรอเข้ารับการตรวจจากคุณหมอ  ก็มีเหตุการณ์ผิดปรกติเกิดขึ้น  ได้ยินเสียงดังผิดปรกติจากเครื่องขยายเสียงดังครืดคราดๆ ต่างจากเสียงเครื่องขยายเสียงของ ร.พ.ที่คุ้นๆกันอยู่  สักครู่ก็ได้ยินเสียงใสๆของสุภาพสตรีประกาศเชิญชวนให้ท่านๆที่นั่งรอรับบริการมาร่วมกันร้องเพลงเพื่อสร้างความบันเทิงและเพื่อผ่อนคลายสำหรับผู้มารับบริการ  แต่ก่อนอื่น เพื่อสร้างความเป็นกันเอง คณะผู้จัดก็ได้เริ่มร้องนำกันไปก่อน  หลังจากนั้นก็เริ่มมีผู้อาสาอีกหลายท่านจนผู้จัดต้องจดชื่อลงเข้าคิวไว้  ก็ได้สร้างความสนุกสนานครื้นเครงได้ดีทีเดียว มีเสียงปรบมือเป็นระยะๆให้แก่นักร้องอาสาท่านนั้นๆ


        นับว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่สำหรับ ร.พ.สามเสน ซึ่งระยะหลังๆนี้ ดูบรรยากาศมันเศร้าซึมมัวซัวพิกล  ไม่เหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่ดูสดใสสว่างไสว บรรยากาศคึกคัก คุณหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี เดินผ่านกันก็ทักทายกันอย่างสนิทสนม  มีปํญหาอะไรก็ติดต่อสอบถามกันได้อย่างสนิทใจสนิทปาก  แต่ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าแต่ละท่านทำงานกันตามหน้าที่ มีอะไรก็ว่าไปตามระเบียบ น้ำจิตน้ำใจดูจะลดน้อยถอยลงไป  คุณหมอ พยาบาลรุ่นเก่าๆก็หายหน้าหายตาไปตามยุคตามเวลา


        สำหรับพนักงานปัจจุบันคงไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่  หมอไม่มี  เครื่องมือไม่มี  ยาไม่มี ก็สามารถไปใช้บริการโรงพยาบาลข้างนอกได้โดย กฟน.รับผิดชอบค่าใช้จ่าย   แต่อดีตพนักงานที่เกษียณแล้วนี่ซิครับ  เมื่อหมอ,เครื่องมือ,ยาของโรงพยาบาลไฟฟ้าไม่มี  จำเป็นต้องไปรักษาข้างนอก..ต้องจ่ายเองซิครับ  เงินทองก็ร่อยหรอลงทุกวันไม่รู้จะหมดก่อนตายหรือเปล่า    เมื่อเป็นเช่นนี้การที่ฝ่ายบริหารพยายามจะลดงบประมาณหรือการบริการของโรงพยาบาลไฟฟ้าลงเท่าใด  ผลกระทบก็จะตกแก่ผู้เกษียณเท่านั้น


        ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ความคึกคักขึ้นมาครั้งนี้ ในฐานะที่อยู่ฝ่ายประชาสัมพันธุ์ของชมรมผู้เกษียณสหกรณ์ออมทรัพย์ฯจึงอดไม่ได้ที่จะต้องไปสอบถามความเป็นมา จึงได้ความมาเล่าให้เพื่อนๆพี่ๆชาวชมรมฯได้ฟังกันดังนี้(คนที่รู้แล้วอย่าหาว่าเชยนะครับ เพราะคนเกษียณแล้ว มักจะไม่ค่อยทราบข่าวอะไรที่ทันเหตุการณ์กับเขาหรอก)


        ทีมงานนี้รวมตัวกันจากพนักงานจาก แผนกเวชศาสตร์ป้องกันและกายภาพบำบัด ฝ่ายการแพทย์ ซึ่งมี คุณจุฑารัตน์ คารวะ  คุณกัลลิกา สงวนสัตย์  คุณภิญญดา รุ่งชวนันท์  คุณสวัสดิ์ นาคสุข  คุณสมพล ธเศรษฐ  และอาจมีท่านอื่นที่ช่วยอยู่เบื้องหลังอีก 
        
        ผมไม่แปลกใจเลยว่าท่านเหล่านี้มาจาก "กายภาพ" ที่เราเรียกกันง่ายๆ  เพราะผมเคยไปใช้บริการที่นี่ รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ที่นี่ให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใสให้บริการเป็นที่ดียิ่งทุกท่าน  และทราบต่อไปว่างาน นี้จะมีทุกวันพุธเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึงเวลา 11.30 น. พุธนี้เป็นพุธที่สอง  วัตถุประสงค์ก็คือต้องการให้ผู้มาใช้บริการได้ผ่อนคลายความเครียด  และอาจจะผ่อนคลายด้วยการร้องเพลงเพื่อความสุขของตนเองและของผู้ฟังท่านอื่นๆ เพราะว่าทีมงานนี้ต้องการให้ผู้มาใช้บริการร่วมสนุกด้วยกัน มากกว่าที่จะปล่อยให้ทีมงานโชว์อยู่ฝ่ายเดียว  ท่านผู้เกษียณท่านใดที่มีความสามารถทางเสียงเพลง  หากจะใช้เวลาว่างในระหว่างนั่งรอคุณหมอ มาร่วมแจมด้วยก็ได้นะครับ


        จากการสังเกตุ แรกๆผู้คนที่นั่งรอกันอยู่ก็ยังงๆอยู่บ้าง  แต่ต่อมาเริ่มคุ้นเคยเริ่มมีผู้อาสาเข้ามาโชว์เสียงเพลง  ผู้ชมก็เริ่มมีการจัดเก้าอี้ที่นั่งให้ดูได้ถนัดถหนี่ขึ้น  จากเวลาที่กำหนดไว้ว่าจะเลิกเวลา 10.30 น.ก่อนที่ผมจะต้องกลับซึ่งเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้วยังเลิกไม่ได้เลยครับ  ก็ต้องขอชมเชยครับ นับเป็นการสร้างสีสันให้ ร.พ. ก.ฟ.น. ได้ครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าเป็นไปได้น่าจะจัดทุกวันเหมือนโรงพยาบาลอื่นเค้านะครับ  แต่เจ้าหน้่าที่พนักงานแต่ละท่านก็ต้องมีหน้าที่ภารกิจกันทุกท่าน มีได้แค่นี้ก็ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งแล้ว  ในฐานะของผู้เกษียณขอเป็นกำลังใจให้ครับ














รูปขณะเริ่มตั้งวงครับ เริ่มมีผู้สนใจ  อีกสักครู่เก้าอี้บริเวณนี้จะถูกยกหันมาฟังเพลงกันหมด






















นี่แหละครับ "ทีมงาน"
มีอีกหลายท่านไม่ได้อยู่ในภาพ
































อาสาสมัคร มากล่อมให้ผู้มาใช้บริการฟัง






















คุณสุธรรม พัดชูทรัพย์
เกษียณจากแผนกการเงิน เขตสามเสน
บอกว่าปีนี้ 70 เต็มพอดี  และดูท่าท่านจะอาสาเป็นนักร้องประจำวงเสียแน่







บรรยากาศก่อนเสียงเพลง







ท่านพี่ๆหน้าคุ้นๆทั้งนั้นครับ
ไม่ทราบว่านั่งรอหมอหรือรอร้องเพลง
แต่ท่านพี่เสื้อแดงดำท่านติงว่า แหม เขาบอกเชิญ "คนไข้" ไปร้องเพลง ผมเลยไม่กล้าไปร้อง เพราะผมไม่อยากเป็น "คนไข้" (จำหน้าไว้นะครับ)
แต่ขอถามหน่อย ถ้าเป็นไข้ใจ จะยอมไหมพี่........












ของแถม
ตารางเวลาฯนี้ ได้มาเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 หากหลังจากนี้นาน อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดติดต่อสอบถามได้ที่ประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลการไฟฟ้านครหลวง โทร.0-2242-5119,0-2242-5042  
เวชระเบียน โทร.0-2242-5045

********
  หากไปพบอะไรน่าสนใจจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีก
สวัสดีครับ


**********************

ข่าวด่วนสำหรับผู้สูงอายุ

รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
ผมทราบมาว่าขณะนี้เทศบาลนครนนทบุรี กำลังรับลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2494 และจะได้รับเงินตั้งแต่เดือนตุลาคม 2554 เป็นต้นไป ให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 30 พ.ย.2553 เท่านั้น ใครอยู่เขตไหนลองสอบถามดู เข้าใจว่าน่าจะใช้หลักการเดียวกัน












ใครที่มีอายุอยู่ในเกณฑ์ หรือมีพ่อแม่ น้าอา ก็ช่วยบอกๆกันครับ รู้สึกว่าทางราชการไม่ค่อยจะประขาสัมพันธ์เลย เดือนละ 500 ปีนึงก็ 6,000 บาททิ้งๆไว้แจกหลานๆก็ยังดีนะครับ

************************



ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับ

ทุกวันที่ 30 ของเดือนกันยาฯของทุกๆปี
จะเป็นวันสุดท้ายในการทำงานของผู้ที่มีอายุครบ 60 ปี จะมีเกินมาบ้างก็แล้วแต่วันปีเกิด

หลังจากวันนี้แล้ว  เป็นวันที่ท่านจะพบกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต ที่ท่านได้ดำเนินมา 30-40 ปี ในช่วงที่ท่านทำงานหาเลี้ยงชีพ สร้างฐานะ สร้างครอบครัว จากการเป็นผู้นำของครอบครัว  ต่อจากนี้ไป ท่านจะไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหน้่าที่  เหลือเพียง "ชายชรา" หรือ "หญิงชรา" ตำแหน่งที่เหลืออยู่ก็คือ "คุณตา" "คุณยาย" หรืือ "คุณปู่" "คุณย่า"  และก็อย่าพยายามไปเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์โดยเด็ดขาด มิฉะนั้นท่านจะถูกเปลี่ยนสรรพนามจากนักข่าวเป็น "เฒ่าลามก" หรือ "แม่เฒ่าชรา" ไปในทันที ทำให้เราที่นึกว่ายังไม่แก่ เกิดอาการช็อค  และก็จะเริ่มแก่อย่างเฉียบพลันขึ้นมาทันที

ตามที่ผมเกริ่นไว้ในคราวที่แล้วว่า "ทำไมถึงถูกทิ้ง"

ที่ "ถูกทิ้ง" ประการแรกที่จะเล่าในวันนี้ ก็คือ "ถูกทิ้งจากสังคมของเพื่อนร่วมงาน"
เหตุผล....หลังจากท่านเกษียณแล้ว  ท่านก็ไม่ต้องไปทำงาน  จากที่เคยพบหน้าค่าตา น้องนุ่ง เพื่อนฝูง  ต่อไปนี้ก็ไม่เจอไม่พบกันอีกแล้ว  แรกๆก็อาจไปเยี่ยมที่ทำงานกันบ้าง  หรือติดต่อโทรศัพท์พูดคุยกันบ้าง  แต่ต่อๆไปก็จะเริ่มน้อยลงๆ เพราะน้องๆเราแต่ละคนก็มีภาระหน้่าที่ ที่จะต้องทำงาน ต่อสู้เพื่ออนาคตต่อไป การไปเยี่ยมน้องๆบ่อยๆ ก็เป็นภาระของน้องๆ ที่ต้องเสียเวลามาต้อนรับขับสู้กับเรา  ถ้าเกิดน้องๆไม่ว่างหรือไม่มีเวลาพอที่จะมาต้อนรับเราได้อย่างเต็มที่  เราก็อาจจะเสียใจ น้อยใจไปเปล่าๆ สู้เราเก็บความรู้สึกดีๆไว้ดีกว่า   หลังจากนี้ข่าวคราวจากเพื่อนร่วมงาน เช่นงานกินเลี้ยง  งานแต่งงาน งานบวช หรือแม้แต่งานศพฯลฯ  ที่แรกๆก็มีบอกกล่าวกันบ้าง  ต่อๆไปก็จะค่อยๆน้อยๆลง จนถึงไม่ได้รับข่าวกันเลย  ยกเว้นผู้ที่สนิทใกล้ชิดกันจริงๆ   อาจจะเป็นด้วยน้องๆเกรงใจว่า "แก่แล้ว" ไม่อยากรบกวน  หรืออาจคิดว่า พี่เขาไม่มีรายได้แล้วจึงไม่อยากรบกวนให้ต้องมาช่วยงานใส่ซองกันอีกก็อาจเป็นได้

ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในหน่วยงานต่างๆที่เราเคยเปิดดูในอินทราเน็ต ก็ไม่มีโอกาสที่จะเปิดดูได้อีกแล้ว

เคยได้อ่านชีวิตการทำงานของคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์  ผู้บุกเบิกงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าภายใต้ "โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค"  ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัยที่ยังไม่ถึง 58 ปี  ท่านต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย  ท่านรู้ว่าความทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วย  นอนรอความตาย มันทรมานอย่างไร  ท่านนึกเห็นใจผู้ป่วยอื่นๆที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ นอกจากเจ็บป่วยทางกายแล้ว   สิ่งที่ยิ่งกว่านั้นคือการเจ็บป่วยทางจิตซึ่งยากจะเยียวยา  ท่านจึงคิดจัดตั้งโครงการ "งานมิตรภาพบำบัด เพื่อนช่วยเพื่อน" เพื่อช่วยเยียวยาทางจิตของผู้ป่วย ในระหว่างที่มีการเจ็บป่วย  ซึ่งขณะนี้ภรรยาของท่าน ทญ.อพภิวันท์ นิตยารัมภ์พงศ์ เป็นผู้ดูแลอยู่

ความคิดข้างต้นทำให้คิดว่า  เรา(ผู้เกษียณ)ผุ้มีหัวอกเดียวกัน  ที่ "ถูกทิ้ง" เหมือนกัน  ต้องมาช่วยดูแลซึ่งกันและกัน ใครมีทุกข์มีสุข ก็มาเล่าสู่กันฟัง ปรับทุกข์กัน  หรือไปสนุกสนานกันในบางโอกาส เพื่อให้ชีวิตในบั้นปลายสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ  แจ้งข่าวคราวให้ทราบกันบ้างในบางโอกาส

แต่เนื่องด้วยเกษียณแล้ว  การติดต่อกันทีละหลายๆคน เป็นไปด้วยความลำบาก  นอกจากการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่(มีมานานแล้ว) แต่พวกเรารุ่นนี้ก็ไม่ค่อยจะถนัดนัก  จึงอยากจะแนะนำว่า หลังเกษียณแล้วรับเงินมาเยอะแยะ ให้เจียดเงินไปซื้อคอมพิวเตอร์มาสักเครื่อง  ไม่ต้องมีออปชั่นสูงมากนักหรอก  เดี๋ยวนี้ราคาถูกลงมาก  ราคาหมื่นกว่าบาทก็ใช้ได้ดีแล้ว   สมัยเมื่อยี่สิบปีก่อน ผมซื้อ สามหมื่นกว่าบาท มีฮาร์ดิสก์แค่กิ๊กเดียว  ตอนนี้จะไปบริจาคใครก็กลัวเขาจะขว้างออกมา รับไม่ทัน   เมื่อได้มาแล้วก็ให้ลูกสอนให้ เอาไว้เปิดเว็ปดูข่าวสารหรือสารพัดสิ่ง นั่งดูทั้งวันก็ไม่เบื่อ (ตอนนี้ก็อ่านเรื่องดาราสองคนไม่หวัดไม่ไหว)

และก็เป็นโอกาสที่ดีที่ตอนนี้สหภาพของเรา (ที่เราหมดสมาชิกภาพหลังวันที่ 30 กันยา) ได้เปิด website ขึ้นมาชื่อ www.meawu.org  เราก็เลยขอใช้ช่องทางนี้ในการสื่อสารไปพลางก่อน  (หวังว่าท่านประธานสหภาพคงไม่ว่าอะไร) ขณะนี้ผมกำลังศึกษาการทำเว็ปอยู่  เว็ปสำเร็จรูปที่ง่ายๆเสียค่าใช้จ่ายน้อยๆ เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ที่ "ถูกทิ้ง" ด้วยกัน  ทั้งๆที่เคยขอสหกรณ์ซึ่งมีเว็ปอยู่แล้วค่าใช้จ่ายก็เป็นของพวกเรา  เพื่อจะขอหน้าสำหรับผู้เกษียณได้แจ้งข่าวสารกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ (เออ...มึงไม่เกษียณมั่งก็ให้มันรู้ไป)

ในอเมริกา ตอนนี้เขาแนะนำให้ผู้เกษียณไปเรียนและใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็น  เพราะนอกจากจะเป็นการพักผ่อน ทำให้ไม่เหงา  และยังพิสูจน์แล้วว่า ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์จะไม่ค่อยเป็นโรคสมองเสื่อม(และอาจจะแก้โรคเซ็กเสื่อมได้อีกต่างหาก ถ้่าใช้ให้เป็น)

ทั้งหมดนี้คือการ "ถูกทิ้ง" เรื่่องแรก  ยังมีเรื่องที่ถูกทิ้งอีก   โปรดติดตามตอนต่อไป

ขำกันหน่อย
ในงาน "เกษตรกร" จังหวัดหนึ่ง  ผู้ว่าราชการจังหวัดและภริยาได้รับเชิญให้เป็นประธานในงาน
ระหว่างเดินชมการสาธิตกิจกรรมการเกษตรต่างๆ  ก็ได้เดินมาถึงโรงผสมวัวพันธุ์ชั้นดีจากต่างประเทศ
ผู้บรรยายก็บรรยายว่าพ่อพันธุ์ตัวนี้สามาถผสมพันธุ์ได้วันละเป็นสิบครั้ง  พร้อมได้สั่งผู้ช่วยให้จูงวัวแม่พันธุ์  ซึ่งยืนเรียงรายอยู่ประมาณสิบตัว ออกมาตัวหนึ่งเพื่อจะสาธิตให้ผู้ว่าดู

เมื่อเสร็จสิ้นการสาธิตของแม่วัวตัวแรก ผู้บรรยายก็บอกผู้ช่วยให้นำแม่วัวตัวต่อไปออกมา

ภริยาผู้ว่า ทำกระมิดกระเมี้ยน กระซิบข้างหูผู้ว่า "แหม ..วัวตัวนี้มันเก่งจริงๆ ท่านน่าจะเก่งอย่างนี้บ้าง..."
ผู้ว่าหันมามองภริยา  ด้วยดวงตาที่รู้ความหมาย  แล้วกระซิบกลับไปว่า "คุณไม่เห็นหรือว่า มันไม่ใช่แม่วัวตัวเดิม"

*******************

ขันกันหน่อย

นายวิทูรย์ นายบุญเลิศ นายสาโรจน์ กรรมการชมรมผู้เกษียณ
กำลังเถียงกันว่าใครอาวุโส(แก่)กว่ากัน


เก็บตกจากงานเลี้ยงผู้เกษียณ 1

สิทธิพร มีเสถียร ประธาน สอฟ.,คณะกรรมการบริหาร และที่ปรึกษา แนะนำตัว และกล่าวเปิดงาน

ท่าน(ว่าที่)ผู้ว่าการฯ  กล่าวปราศรัยแก่ผู้เกษียณ

"ท่านครับ..ท่านต้องช่วยดูแลสวัสดิการ เรื่องโรงพยาบาลให้ผู้เกษียณด้วยนะครับ...

ยิ้มแย้มแจ่มใส......

3 ประธาน...ประธานชมรมผู้เกษียณฯ - ประธานสหภาพฯ(สภฟ.) - ประธานสหกรณ์ฯ(สอฟ.)

ลองชิมดูหน่อยซิ... ดูน่าจะอร่อย